หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ประวัติหมวกทรงอ่อน(หมวกเบเร่ย์ Beret)  (อ่าน 747 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PlayBBGun
ผู้ดูแลระบบ
มือใหม่หัดยิง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32



เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: มิถุนายน 22, 2009, 03:18:50 pm »



กองทัพอังกฤษเป็นกองทัพแรกของโลกที่นำหมวกเบเร่ท์มาเป็นส่วนหนึ่งของเครื่อง แบบ ในปี พ.ศ. ๒๔๖๒ หน่วยเชสซัวอัลพินที่ ๗๐ ของฝรั่งเศสทำการฝึกร่วมกับกองทัพน้อยรถถังของอังกฤษ หน่วยเชสซัวอัลพินที่ ๗๐ ได้สรวมหมวกคล้าย ๆ กับหมวกเบเร่ย์ขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้พลตรี ฮิ้ว เอลลิส ผู้บัญชาการกองทัพน้อยรถถังตระหนักว่าหมวกเบเร่ย์น่าจะเป็นส่วนประกอบศรีษะ สำหรับพลรถถังที่ต้องเคลื่อนไหวในพื้นที่จำกัด แต่อย่างไรก็ตาม เขาคิดว่าหมวกของหน่วยเชสซัวอัลพินที่ ๗๐ ยังมีรูปร่างที่ยังไม่เข้าท่านัก และรูปแบบของหมวกของพลรถถังฝรั่งเศสดูแล้วโทรมเกินไป ดังนั้นเขาจึงได้นำรูปแบบดังกล่าวมาดัดแปลงโดยใช้พื้นฐานของหมวกของคนสก็อต แลนและได้เสนอให้พระเจ้าจอร์จที่ ๕ รับรองเมื่อ พฤศจิกายน ๒๔๖๖ และได้รับการประกาศใช้เมื่อ มีนาคม ๒๔๖๗

?.........ปัจจุบัน หน่วยทหารของอังกฤษทุกหน่วยจะสรวมหมวกเบเร่ย์ ยกเว้นกรมทหารที่ตั้งอยู่แนวชายแดนของสก็อตแลนด์และไอริช โดยหน่วยทหารรถถังรักษาพระองค์ หน่วยบินกองทัพบก กรมพลร่ม และหน่วยปฏิบัติการพิเศษของอังกฤษ จะไม่เคยสรวมหมวกอื่นใดเลยนอกจากหมวกเบเร่ย์ เช่น หมวกแก็ป) ส่วนหน่วยทหารอื่น ๆ ส่วนใหญ่จะสรวมหมวกเบเร่ย์ตามสีที่กำหนด (ดำ ? เหล่าม้า เขียวเข้ม ? ทหารราบ กากี- ปืนใหญ่, เขียว ? คอมมานโด, แดงเข้ม ? พลร่ม เป็นต้น) พันเอก นายพลมักจะสรวมหมวกเบเร่ย์ ของกรมหรือกองทัพน้อยที่เขาเคยบรรจุมาก่อนโดยมีเครื่องหมายยศติดบนหน้าหมวก กรมองครักษ์ฟูสิไลเออร์ และหน่วยเวลช ฟูสิไลเออร์ จะมีขนนกประดับกับหมวกเบเร่ย์เพิ่มเติม

?.........ทางด้านกองทัพ สหรัฐ หน่วยแรกที่สรวมหมวกเบเร่ย์เป็นหน่วยรบพิเศษที่สรวมหมวกเบเร่สีเขียว โดยมีประวัติเชื่อมต่อกับหน่วยคอมแมนโดของอังกฤษในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ หน่วยทหารจู่โจมหน่วยแรกของสหรัฐ ได้จัดตั้งขึ้นที่ไอแลนด์เหนือระหว่างหน้าร้อนปี ๒๔๘๕ หลังจากที่จบการฝึกที่ศูนย์การคอมแมนโดที่ประสาทอัสนาแครี่ในสก๊อตแลนด์ จึงทำให้หน่วยจู่โจมสหรัฐมีสิทธิในการสรวมหมวกคอมแมนโดของอังกฤษ แต่กองทัพบกสหรัฐไม่รับรองและหน่วยจู่โจมสหรัฐก็ไม่เคยสรวมหมวกเบเร่ย์ดัง กล่าวอย่างเป็นทางการ แต่หน่วยจู่โจมของสหรัฐได้สรวมหมวกเบเร่ห์สีดำแทน

?......... เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๐๔ ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนาดี ผู้สนับสนุนการก่อตั้งหน่วยรบพิเศษของสหรัฐได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม ฟอร์ทแบรก ค่ายทหารของรบพิเศษสหรัฐ และได้กำชับให้พลจัตวา วิลเลี่ยม ยาบูโร่ เน้นย้ำให้กำลังพลรบพิเศษภายใต้การบังคับบัญชาสรวมหมวกเบเร่ย์เขียวในการ ต้อนรับตัวเขา เคนาดียังได้เขียนบันทึกอีกว่า ?เขามั่นใจว่าเบเร่ย์เขียวจะเป็นเครื่องหมายของความพยายามในการเวลาข้าง หน้า? และ ?หมวกเบเร่ย์เขียวเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นเลิศ เครื่องหมายของความกล้าหาญ และป้ายบอกถึงเป้าหมายในการต่อสู้เพื่อเสรีภาพ?
?......... ต่อมานายพล ยาบูโร่ และ เอ็ดสัน ราฟ ได้ใช้พยายามในการชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมอีกหลายครั้ง จนในที่สุดได้รับอนุญาตให้ทหารรบพิเศษสรวมหมวดเบเร่ย์ได้

?......... การสรวมหมวกเบเร่ย์ของกองทัพบกสหรัฐก่อนปี ๒๕๔๔ จะมีหน่วยจู่โจมในเบเร่ท์ดำ หน่วยพลร่ม เบเร่ท์แดง และหน่วยรบพิเศษ เบเร่ย์เขียว ส่วนเหล่าอื่น ๆ จะใส่หมวกแก๊ปลายพราง ซึ่งต่อมากระทรวงกลาโหมสหรัฐหรือเพนตากอนได้ตกลงให้บังคับให้ทหารบกทุกหน่วย สรวมหมวกเบเร่ย์สีดำตั้งแต่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๔๕ ซึ่งเป็นสีหมวกของหน่วยจู่โจม ซึ่งทำให้เกิดความโมโหต่อกำลังพลของหน่วยจู่โจมทั้งอดีตและปัจจุบันเป็น อย่างมาก จนมีอดีตกำลังพลคนหนึ่งประท้วงด้วยการเดินเท้าจากฟอร์ทเบนนิ่ง จอร์เจียร์ ไปยังกรุงวอชิงตันดีซี ระยะทางประมาณพันกิโลเมตร ประกอบกับการร้องเรียนอื่น ๆ จนกระทรวงกลาโหมยินยอมให้หน่วยจู่โจมสหรัฐเปลี่ยนสีหมวกให้ต่างจากเบเร่ย์ ของทหารเหล่าอื่น โดยเปลี่ยนเป็นสีแทน (น้ำตาลอ่อน)

สำหรับ ประวัติการสรวมหมวกเบเร่ท์ของกำลังพลกองทัพบกไทยนั้น คงมีแต่หาหลักฐานไม่เจอ แต่ประมาณเอาว่าคงนำรูปแบบมาจากทหารสหรัฐและอังกฤษตามที่กล่าวมา เท่าที่ทราบจากการที่เคยเป็นอาจารย์แผนกจู่โจมและส่งทางอากาศ โรงเรียนทหารราบ ศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์มาก่อน ครูเก่า ๆ ได้เล่าให้ฟังว่าสมัยศูนย์การทหารราบยังอยู่ที่ลบบุรี ประมาณปี ๒๕๐๑ - ๒๕๐๙ ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีโรงเรียนสงครามพิเศษและหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ การจัดของโรงเรียนทหารราบจะมีแผนกรบพิเศษอยู่ด้วยซึ่งมีหน้าที่ในการสอนและ ฝึกจู่โจมและโดดร่ม รวมทั้งสอนวิชาเกี่ยวกับสงครามพิเศษ หรือเข้าใจง่าย ๆก็คือการฝึกกองโจรนั่นเอง ผมเองก็เดาเอาว่าคงจะได้รับการถ่ายทอดมาอีกทีจากโรงเรียนทหารราบและศูนย์การ ทหารราบสหรัฐที่มีกรมจู่โจม และหน่วยรบพิเศษสหรัฐที่กำลังตั้งไข่กันอยู่ ในเวลานั้นทราบว่ามีการจัดตั้งหน่วยพลร่มหรือส่งทางอากาศแล้วซึ่งก็คือกอง พันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๓๑ ซึ่งก็เดาอีกว่าน่าจะใส่หมวกแดงแล้ว และเดาต่อไปอีกว่าทหารรบพิเศษสมัยนั้นที่ยังไม่ได้แยกออกจากเหล่าราบโดย ชัดเจนก็น่าจะเริ่มสวมหมวกแดงด้วยเช่นกัน ซึ่งก็ราวประมาณปี พ.ศ. ๒๕๐๙ - ๑๐ ส่วนเบเร่ท์กากีแกมเขียว นักศึกษาวิชาทหาร เริ่มใส่ประมาณปี ๒๕๔๐ สีดำ แต่ก่อนเหล่าม้าไม่ทราบว่าเมื่อไร (คาดว่าสูสีกับทหารพลร่มและรบพิเศษป่าหวาย) ตอนนี้ทุกเหล่ายกเว้นพลร่มและรบพิเศษเริ่มใส่ประมาณปี ๒๕๔๑ - ๔๒ สมัย พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร เป็น ผบ.ทบ. และเบเร่ท์พรางเคยเป็นของกองพลทหารราบที่ ๒ ประมาณ๒๕๓๐ กว่า ๆ ถ้าจะถามว่าเหล่าไหนเป็นเหล่าแรกของไทยก็คงมีให้เลือก คือ ทหารราบที่เป็นพลร่ม/รบพิเศษซึ่งตอนนั้นอยู่รวมกันในศูนย์การทหารราบ ที่ลพบุรีกับเหล่าม้า
เขียน มาถึงตรงนี้ก็เลยนึกถึงตัวเองขึ้นมาว่าผมเองใส่หมวกเบเร่ท์ครั้งแรกเมื่อไร ก็ทำให้นึกย้อนหลังกลับไปว่าผมมีหมวกเบเร่ย์ครั้งแรกนี่ก็ตอนเป็นลูกเสือ ซีเนียร์ตอนอยู่ ม.ศ. ๓ ที่โรงเรียนพรหมานุสรณ์จังหวัดเพชรบุรี ปี ๒๕๒๐ โดยมีหน้าที่เป็นผู้ช่วยครูในการฝึกลูกเสือสามัญรุ่นน้อง ๆ แล้วก็ก็ทำหน้าที่จราจรทางเข้าหน้าโรงเรียน ตอนนั้นก็ใส่หมวกเบเร่ย์สีแดงเปลือกมังคุดจากนั้นก็เว้นไปประมาณ ๑๔ ปี ก็มาสวมหมวกแดงเปลือกมังคุดอีกครั้งตอนเป็นอาจารย์แผนกจู่โจมและส่งทางอากาศ โรงเรียนทหารราบ ศูนย์การทหารราบ ปี ๒๕๓๔ แล้วก็ยังสวมต่อตอนย้ายไปเป็น ผบ.ค่ายการฝึกรบพิเศษแก่งกระจาน ที่เพชรบุรี บ้านเกิด ตั้งแต่ พ.ย. ๓๕ จนเข้า รร.เสนาธิการทหารบก เมื่อ ปลาย ก.ย. ๓๗ จบมาเป็นรองผู้พันก็ได้สักปีสองปีก็มาสรวมหมวกเบเร่ย์ดำตามคำสั่งของ ผบ.ทบ. ที่ให้ทหารทุกคนที่เคยสวมหมวกแก็ปมาสรวมหมวกเบเร่ย์ดำ ใส่ได้ไม่ได้ปีก็ไปเปลี่ยนเป็นหมวกเบเร่ย์สีฟ้า ตอนไปทำหน้าที่ของกำลังทหารไทยของกองกำลังสันติภาพ สหประชาชาติ เมื่อ ๑ ก.พ. ๒๕๔๓ ใส่ได้หกเดือน ก็กลับไทยมาใส่หมวกหนีบปนหมวกเบเร่ท์ดำอยู่สองปีกว่าก็กลับไปใส่หมวกเบเร่ท์ ฟ้าอีกครั้งแต่คราวนี้นานหน่วยเพราะใส่อยู่สามปีตั้งแต่ ๒๑ ก.ค. ๔๕ ถึง ๒๑ ก.ค. ๔๘ ตอนไปอยู่ที่สหประชาชาติ นิวยอร์ก ตอนนี้กลับมารับใส่หมวกดำเดินไปเดินมาแถวยะลา ปัตตานีได้สองสามเดือนแล้ว ก็ไม่รู้จะใส่นานขนาดไหน ยังไงถ้ามีการเปลี่ยนอาจนำมาเล่าสู่กันฟัง

ที่มา... http://www.taharn.net/war/48l21.html


บันทึกการเข้า

kurosameshin
มือใหม่หัดยิง
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8



เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 05, 2010, 08:41:54 pm »



ใหนๆก็จะลง beret ทั้งที ก็ช่วยๆลงประวัติไหมแดงและไหมเขียวด้วยจิครับ          
ขอบคุณอย่างสูง


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 06, 2010, 02:29:24 am โดย PlayBBGun » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 




        
BBGun,ปืน BBGun,สนาม BBGun มอเตอร์ไซต์แต่ง แข่งมอเตอร์ไซต์  มอไซต์มือสอง ตกปลา เหยื่อปลอม ปลาน้ำจืด รอกตกปลา IT COOLGANG  Internet Podcast Television About IT EDUTAINMENT
Powered by SMF 1.1.9 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
PlayBBGun.com © Copyright 2009-2010, All Rights Reserved. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537    
Tel : 080-3311747 Webmaster/ผู้ดูแลเว็บ : playbbgun@gmail.com